พี่มี USER กับทาง IPRO369 ยังคะ😘
มาร์ลีย์ นการิซโม อดีตนักฟุตบอลชื่อดังของนามิเบียสูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปแล้ว 15 คน ซึ่งรวมถึง พ่อ พี่ชาย พี่สะใภ้ และป้า นับตั้งแต่ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกาแห่งนี้เผชิญการระบาดระลอกที่ 3 ของโควิด-19
ขณะนี้ญาติของเขาอีก 6 คนยังรักษาตัวในโรงพยาบาล
อดีตนักเตะทีมชาตินามิเบียชุดชิงถ้วยแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ (Africa Cup of Nations) ในปี 2008 บอกกับทีมข่าวบีบีซีถึงสิ่งที่เขากำลังประสบว่า "คุณไม่รู้ว่าโลกกำลังเข้าใกล้จุดจบหรือไม่"
"คุณสามารถเปรียบมันได้กับคลื่นยักษ์สึนามิ คุณสามารถเปรียบมันได้กับภูเขาไฟ คุณสามารถเปรียบมันได้กับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผมไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับมียาพิษอยู่ในน้ำ และทุกหยดที่คุณดื่มเข้าไปอาจมีมัน (เชื้อโรคโควิด) อยู่หรือไม่มีก็ได้"
ข้อมูลจากเว็บไซต์ Our World in Data บ่งชี้ว่า นามิเบีย ซึ่งมีประชากร 2.5 ล้านคน กำลังเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตรายวันจากโควิด-19 สูงสุดในโลก ที่ 22 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ขณะที่ประเทศอื่นในแอฟริกา คือ ตูนิเซีย ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 13 คนต่อประชากร 1 ล้านคน และซูรินาเม อยู่ในอันดับ 3 ที่ 10 คนต่อประชากร 1 ล้านคน
รัฐบาลนามิเบียพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการสร้างโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตาม สถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก็ยังไม่สามารถรับมือกับคลื่นคนไข้จำนวนมากได้
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการได้ตั้งศูนย์แยกผู้ป่วยโควิดขึ้นบริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลหลักในกรุงวินด์ฮุก ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ เพื่อใช้งานเฉพาะหน้า
ขาดแคลนออกซิเจน
บีบีซีได้พูดคุยกับบุคลากรการแพทย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ที่นี่
โดยก่อนที่จะเข้าไปในศูนย์แห่งนี้ พยาบาลจะต้องสวมชุดและอุปกรณ์ป้องกันเชื้ออย่างเต็มรูปแบบ ทั้งหน้ากากอนามัย ถุงมือ และรองเท้าบูตชนิดพิเศษ ซึ่งใช้เวลาในการสวมประมาณ 15 นาที
พยาบาลต้องทำแบบนี้ซ้ำ ๆ เพื่อเฝ้าดูระดับออกซิเจนของคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว หรือมีอาการสะลึมสะลือ
โดโนแวน เซเรสเบบ บอกว่า การระบาดของโควิดระลอกนี้สร้างความเหน็ดเหนื่อยทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่เขาและเพื่อนพยาบาล พร้อมชี้ว่ามันน่ากลัวมากที่ได้เห็นคนไข้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
บุรุษพยาบาลคนนี้เล่าให้บีบีซีฟังถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "คุณสูญเสียคนไข้ที่อาการยังดีอยู่เมื่อไม่กี่นาทีก่อน คุณแค่หันหลังแล้วพวกเขาก็สิ้นใจ"
"(คนไข้) บางคนรักษาตัวในโรงพยาบาลมานานมาก จนคุณต้องถอดใจ มันยากมาก แต่คุณยังหวังว่าจะเกิดเรื่องดีขึ้น"
โดโนแวนบอกว่า การสูญเสียคนไข้จากโควิดไปจำนวนมากสร้างความเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจให้แก่เขาและเพื่อนพยาบาล
โรงพยาบาลทั่วนามิเบียต่างมีคนป่วยเข้ารักษาจนเต็ม และมีออกซิเจนไม่เพียงพอ
แพทย์หลายคนเล่าถึงการต้องตัดสินใจ "เลือกรักษา" โดยการถอดออกซิเจนผู้ป่วยออก เพื่อเก็บออกซิเจนไว้ให้แก่คนไข้ที่มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า
พ่อของมาร์ลีย์ก็เป็นเหยื่อของวิกฤตขาดแคลนออกซิเจนครั้งนี้
ตอนที่เขาอาการทรุดลง แพทย์ได้ให้ออกซิเจนเขาในทันที แต่เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น หมอก็ถอดออกซิเจนออก
ไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา พ่อของมาร์ลีย์ได้เสียชีวิตลง
นามิเบียไม่ทันได้เตรียมตัวกับการระบาดระลอกที่ 3 ของโควิด เนื่องจากความชะล่าใจของรัฐบาล บวกกับปัญหาข่าวปลอมที่สร้างความเข้าใจผิดเรื่องวัคซีนต้านโควิด และความเหนื่อยหน่ายกับการใช้มาตรการควบคุมโรคระบาดที่ยาวนาน
ในโซเชียลมีเดียต่างเต็มไปด้วยโพสต์ข่าวปลอมและการวิจารณ์เรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโควิด
ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ต้องการฉีดวัคซีนต่างก็ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารว่าพวกเขาจะได้รับเมื่อใด เนื่องจากปัญหาขาดแคลนวัคซีน และรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงท่าทีเรื่องการกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชนในประเทศ
ในการกล่าวปราศรัยต่อชาวนามิเบียเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี ฮาเก เกนก็อบ บอกว่าประเทศยังไม่ผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดของการระบาดระลอกนี้
"การประเมินของผู้เชี่ยวชาญและแบบจำลองต่าง ๆ บ่งชี้ว่าอัตราการติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นในการระบาดระลอกที่ 3 โดยคาดว่าจุดสูงสุดของการระบาดน่าจะอยู่ในช่วงกลางเดือน ส.ค. และอาจดำเนินต่อไปจนถึงช่วงกลางเดือน ก.ย. ปี 2021" เขากล่าวในช่วงต้นของการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์
"มีเพียงท่านทั้งหลายและผมเท่านั้นที่จะหยุดยั้งการระบาดของไวรัสชนิดนี้ไม่ให้แพร่เข้าไปในบ้านและชุมชนต่าง ๆ ได้" ผู้นำนามิเบียกล่าว
แม้จะมีคำวิงวอนนี้ แต่ชาวนามิเบียจำนวนมากยังคงเพิกเฉยต่อมาตรการควบคุมโรคระบาด เช่น การสวมหน้ากากอนามัย
แม้ร้านอาหารต่าง ๆ ได้จัดหาเจลล้างมือให้ลูกค้า แต่ก็ไม่มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้บริการ นอกจากนี้คนหนุ่มสาวยังคงจับกลุ่มรวมกันอยู่ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ
วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มักรวมตัวกันที่ห้างในกรุงวินด์ฮุกยอมรับว่าพวกเขากังวลว่าจะแพร่เชื้อโรคโควิดไปสู่คนแก่ในครอบครัว แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังอยากพบปะเพื่อนฝูงอยู่
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่าประชาชนบางส่วนได้เริ่มจริงจังกับมาตรการควบคุมโรคบ้างแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีการไปร่วมงานประเพณีใหญ่ของชนเผ่าหนึ่ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและติดโควิดหลายราย
นายเวกวี รูโกโร (ชุดแดง) ผู้นำชนพื้นเมืองเผ่าเฮแรโร เสียชีวิตจากโควิด-19 เมื่อกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา
โจชัว มูซูโอ ผู้อาวุโสของชนพื้นเมืองเผ่าเฮแรโร (Herero) บอกว่าตอนนี้กำลังมีความหวาดกลัวอยู่ทุกหนแห่ง
"คนทั้งประเทศกำลังล้มตาย ไวรัสโคโรนากำลังเล่นงานพวกเรา คนแก่คนเฒ่ากำลังล้มตาย"
"ทุกคนในหมู่บ้านต่างเก็บตัวอยู่ในบ้านด้วยความกลัวตาย...พวกเขาต่างกำลังรอความตาย"
ส่วนมาร์ลีย์ เชื่อว่าการสูญเสียสมาชิกครอบครัวเขาไปหลายคนนั้น เป็นเรื่องที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ถ้ารัฐบาลใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดให้เร็วกว่านี้ และคนในชุมชนมีความรับผิดชอบต่อตัวเองมากกว่านี้
"ลองคิดดูว่าผู้คนรอดชีวิตจากเอชไอวีมาได้ แต่ตอนนี้พวกเรากำลังล้มตายจากโรคนี้ (โควิด-19) ทั่วทุกหนแห่ง โดยที่ไม่มีใครจัดการได้ มันหนักหน่วงและน่ากลัวจริง ๆ"
ผู้สนับสนุนหลัก : https://ipro369.com/
สนใจเล่นเกมส์ : https://ipro369.com/
ติดต่อสอบถาม : https://ipro369.com/




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น