ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โควิด-19: สถานการณ์ที่อินโดนีเซียเลวร้ายลง หลังยอดผู้ป่วยถูกทิ้งให้ตายอย่างโดดเดี่ยวเพิ่มสูงขึ้น

"หลายครั้งเพื่อนบ้านของคนเหล่านี้โทรหาเรา บอกว่าไม่เห็นหน้าคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่กำลังกักตัวอยู่มาหลายวัน พอพวกเราไปถึงจึงได้พบว่ากลายเป็นศพไปเสียแล้ว กรณีแบบนี้พบได้บ่อยทุกวัน" วิราวันเล่า

ก่อนการระบาดหนักระลอกล่าสุด วิราวันเก็บศพและจัดการฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด 2-3 รายต่อวัน แต่ในขณะนี้เขาได้รับโทรศัพท์เรียกให้ไปจัดการศพผู้ป่วยโควิดสูงสุดถึง 24 รายต่อวัน ซึ่งมันมากเกินกว่าที่เขาและเพื่อนร่วมทีมจะรับมือได้

Signage that reads 'sorry, out of oxygen' is seen as people queue outside an oxygen refilling shop

ที่มาของภาพ,GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ,

ผู้คนเข้าคิวหน้าร้านเติมออกซิเจนที่มีป้ายเขียนว่า "ขออภัยออกซิเจนหมดแล้ว"

เหตุวิกฤตทางสาธารณสุขรอบล่าสุดของอินโดนีเซียเกิดขึ้น หลังผู้คนอย่างน้อย 1.5 ล้านคน พากันฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาลอีดิลฟิตริ เมื่อปลายเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้อินโดนีเซียยังละเลยไม่ดำเนินมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่ในตอนนี้มีข้อกำหนดให้คนเหล่านั้นกักตัวดูอาการเป็นเวลา 8 วันแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่อินโดนีเซียจะจำกัดการระบาดของโควิดได้ หากยังเปิดแนวพรมแดนอย่างไร้การควบคุมเช่นนี้

แม้เจ้าหน้าที่รัฐจะโต้แย้งว่า มีการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศอย่างดีแล้ว แต่ตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเฉียด 70,000 รายแล้ว และตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากโควิดถึงวันละ 1,000 คน

ข้อมูลจากองค์กรอิสระ Lapor Covid-19 ระบุว่า นับแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตลงที่บ้านอย่างน้อย 450 ราย เนื่องจากไม่อาจเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกักตัวอยู่ตามลำพัง หลายคนต้องเสียชีวิตไปอย่างโดดเดี่ยวไร้ญาติมิตรคอยดูใจ

ขาดแคลนออกซิเจน

เกาะชวาซึ่งมีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ นับเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุด โดยในช่วงสุดสัปดาห์แรกของเดือนนี้ ผู้ป่วย 63 รายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองยอกยาการ์ตาของเกาะชวาต้องเสียชีวิตไปทั้งหมด เพียงเพราะออกซิเจนที่ทางโรงพยาบาลมีอยู่หมดลงและไม่อาจหามาเพิ่มได้

นับแต่นั้นมา โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองอื่น ๆ ต่างปฏิเสธรับผู้ป่วยรายใหม่ เนื่องจากปริมาณออกซิเจนในคลังมีไม่เพียงพอ "ตามปกติแล้วโรงพยาบาลแห่งหนึ่งจะใช้ออกซิเจนราว 3 ตัน ซึ่งจะหมดลงภายในเวลา 3 วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่ขณะนี้ปริมาณดังกล่าวใช้แค่วันเดียวก็หมดแล้ว" ลีอา การ์ดีเนีย ปารตากุสุมา เลขาธิการใหญ่ของสมาคมโรงพยาบาลอินโดนีเซียกล่าว

ดโจกี

ที่มาของภาพ,DJOKY HARYADI

คำบรรยายภาพ,

นายดโจกี ฮาร์ยาดิ พยายามช่วยเหลือผู้ป่วยในชุมชนท้องถิ่น

สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของอินโดนีเซียกล่าวโทษว่า สภาพการณ์ที่โรงพยาบาลต่าง ๆ ขาดแคลนออกซิเจนอย่างหนักนี้ เป็นเพราะรัฐบาลละเลยที่จะคาดการณ์และเตรียมการล่วงหน้า เพื่อรองรับผู้ป่วยที่จะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอนหลังเทศกาลวันหยุดยาว

ผู้คนต่างร้องขอความช่วยเหลือเรื่องถังออกซิเจนและเตียงว่างในโรงพยาบาล ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง ส่วนที่หน้าร้านรับเติมออกซิเจน ผู้คนต่างเข้าแถวรอคิวยาวเหยียดเพื่อให้ได้ออกซิเจนไปให้ผู้ป่วยที่บ้าน แต่หลายร้านต้องปิดให้บริการเพราะสินค้าหมดอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตามปกติไม่เคยขายออกซิเจนที่มีอยู่ทั้งหมดได้ภายในวันเดียวดังเช่นขณะนี้

เนื่องจากความต้องการออกซิเจนของผู้คนมีอยู่สูงมาก จึงเกิดกรณีที่มิจฉาชีพหลอกโอนเงินค่าออกซิเจนล่วงหน้า แต่กลับไม่ส่งสินค้ามาให้ โดยผู้เสียหายรายหนึ่งคือนายชานี บูดิ บอกกับแหล่งข่าวภายนอกของบีบีซีว่า เขาสูญเงินไป 2.5 ล้านรูเปียห์หรือราว 5,600 บาท เพื่อหาซื้อออกซิเจน 5 ถังมาให้แม่ยายของเขา แต่โชคดีที่แม่ยายหายป่วยและกำลังฟื้นตัวแล้ว

ชาวชุมชนท้องถิ่นช่วยเหลือกันเอง

ในขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่สามารถควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ได้ มีหลายกรณีที่พลเมืองต่างลุกขึ้นมาจัดการช่วยเหลือกันเอง เช่นนายแพทย์ริโย ปังกี อิราวัน หมอหนุ่มวัย 24 ปีในเมืองยอกยาการ์ตา ได้ริเริ่มให้บริการรักษาผู้ป่วยทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลในแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งเขาให้บริการผู้ขอความช่วยเหลือไปแล้ว 800 ราย นับแต่เริ่มเปิดทำการเมื่อวันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นมา

ส่วนที่จังหวัดชวาตะวันตก นายดโจกี ฮาร์ยาดิ เกษตรกรผู้หนึ่ง ได้ตระเวนนำรถบรรทุกของเขาออกไปแจกจ่ายข้าวสารแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างกักตัวในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งช่วยประสานงานหาออกซิเจนและวิตามินให้แก่ผู้ป่วยที่อยู่กับบ้านอีกด้วย

"เพื่อนบ้านไม่ใส่ใจดูแลคนเหล่านี้ เพราะกลัวจะติดเชื้อโควิดไปด้วย แต่ผมว่าเราไม่ควรจะต้องกลัว ตราบใดที่เรามีวินัย สวมหน้ากาก และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอื่น ๆ ด้วย" นายฮาร์ยาดิกล่าว

  • ผู้สนับสนุนหลัก : https://ipro369.com/

    สนใจเล่นเกมส์  : https://ipro369.com/

    ติดต่อสอบถาม  : https://ipro369.com/

 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Pfizer ยังรับมือเดลตาไหวไหมหลังเจอฤทธิ์เดลตา

วังอังกฤษเผย ดัชเชสเคท เข้ารับการกักตัว หลังใกล้ผู้ติดเชื้อโควิด

จีนไล่เช็กบิลบริษัทเทคเพิ่มอีกฐานครอบครองบิ๊กดาต้า